บ้านน็อคดาวน์ คือ
บ้านน็อคดาวน์ (Knockdown House) คือ บ้านสำเร็จรูปที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ จากโรงงาน แล้วนำมาประกอบติดตั้งที่หน้างาน ลักษณะเด่นคือสามารถสร้างเสร็จได้รวดเร็ว และบางรุ่นสามารถถอดประกอบเพื่อเคลื่อนย้ายได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า น็อคดาวน์ ที่หมายถึงการถอดออกหรือแยกชิ้นส่วนได้
ตอนที่ 1 : วัสดุที่ใช้สร้างบ้านน็อคดาวน์มีอะไรบ้าง
ตอนที่ 2 : บ้านน็อคดาวน์ใช้งบประมาณ
ตอนที่ 3 : แบบบ้านน็อคดาวน์ยอดนิยมในไทย มีสไตล์ไหนบ้าง
ตอนที่ 4 : ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ตอนที่ 5 : สรุป
วัสดุที่ใช้สร้าง บ้านน็อคดาวน์ มีอะไรบ้าง
1.) โครงสร้างหลัก
- โครงเหล็ก (Steel Frame): เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับโครงสร้างหลักของบ้านน็อคดาวน์ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน ติดตั้งได้รวดเร็ว และน้ำหนักเบา
- เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel): เป็นเหล็กที่นิยมใช้ เพราะมีการเคลือบสารป้องกันสนิม ทำให้เหมาะกับสภาพอากาศที่หลากหลาย รวมถึงพื้นที่ใกล้ทะเล
- โครงไม้: บางครั้งก็มีการใช้โครงไม้สำหรับบ้านน็อคดาวน์ที่เน้นดีไซน์ธรรมชาติหรือบ้านพักตากอากาศ แต่ต้องมีการดูแลรักษาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันปลวกและเชื้อรา
2.) ผนัง
- แผ่นผนังสำเร็จรูป (Sandwich Panel): เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับผนังบ้านน็อคดาวน์ ประกอบด้วยแผ่นวัสดุ 2 ด้าน (เช่น เมทัลชีท เหล็กเคลือบ หรือไฟเบอร์ซีเมนต์) ประกบกันโดยมีฉนวนกันความร้อนอยู่ตรงกลาง (เช่น โฟม EPS, โฟม PU, Rockwool)
- แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด (Fiber Cement Board): เช่น สมาร์ทบอร์ด วีว่าบอร์ด เป็นแผ่นวัสดุที่ทำจากปูนซีเมนต์ผสมเส้นใยเซลลูโลส มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ ปลวก และเชื้อรา
- แผ่นยิปซัมบอร์ด (สำหรับผนังภายใน): ใช้สำหรับผนังภายในอาคาร เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และสามารถฉาบเรียบหรือทาสีได้ดี แต่ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
- ไม้ฝาสำเร็จรูป/ไม้เทียม: ใช้สำหรับตกแต่งผนังภายนอกเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ โดยมักใช้กรุบนโครงสร้างผนังหลักอีกชั้นหนึ่ง
3.) พื้น
- แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด: นิยมใช้ปูพื้น เนื่องจากมีความแข็งแรงพอสมควร และสามารถปูทับด้วยวัสดุปิดผิวอื่นๆ ได้
- ไม้เทียม/ไม้จริง: ใช้ปูทับบนพื้นโครงสร้างอีกชั้น เพื่อความสวยงามและความรู้สึกในการอยู่อาศัย
- พื้นลามิเนต/กระเบื้องยาง: เป็นวัสดุที่นิยมใช้สำหรับปูทับบนพื้นโครงสร้าง เนื่องจากติดตั้งง่ายและมีหลากหลายลวดลาย
4.) หลังคา
- แผ่นเมทัลชีท (Metal Sheet): เป็นวัสดุที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับหลังคาบ้านน็อคดาวน์ เนื่องจากน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีราคาไม่แพง บางครั้งมีการบุฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม
- แผ่นแซนด์วิชพาเนลสำหรับหลังคา: คล้ายกับผนังแซนด์วิชพาเนล แต่ถูกออกแบบมาสำหรับงานหลังคาโดยเฉพาะ ให้คุณสมบัติกันความร้อนได้ดี
- กระเบื้องยางมะตอย (Asphalt Shingle): มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และให้ความสวยงามที่เป็นธรรมชาติ
- กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน/กระเบื้องคอนกรีต: อาจใช้ในบางกรณี แต่จะมีน้ำหนักมากกว่า
5.) ประตูและหน้าต่าง
- อลูมิเนียม: นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่เป็นสนิม และมีราคาไม่แพง
- UPVC: เป็นวัสดุที่คล้ายกับอลูมิเนียม แต่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงได้ดีกว่า
- ไม้: ใช้ในบางดีไซน์เพื่อความสวยงามตามธรรมชาติ แต่ต้องดูแลรักษามากกว่า
บ้านน็อคดาวน์ ใช้งบประมาณ
ราคาน็อคดาวน์เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ไปจนถึง 1,000,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งเราสามารถหาเงินสร้างบ้านได้จาก หวยไว ครับ
- ขนาดและพื้นที่ใช้สอย: เป็นปัจจัยหลักที่กำหนดราคา ยิ่งใหญ่มาก ราคาก็ยิ่งสูง
- วัสดุที่ใช้ราคาประหยัด: มักใช้ผนังเมทัลชีทบุฉนวน หรือผนังแซนด์วิชพาเนลแบบพื้นฐาน
- วัสดุที่ใช้ราคาสูงขึ้น: ใช้วัสดุเกรดดีขึ้น เช่น ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด, กระจกเยอะขึ้น, วัสดุปิดผิวภายในที่สวยงามขึ้น
- ดีไซน์และฟังก์ชันเรียบง่าย: ทรงสี่เหลี่ยม หรือทรงมาตรฐานจะราคาถูกกว่า
- ดีไซน์และฟังก์ชันซับซ้อน: มีหลายมุม มีระเบียง มีห้องน้ำในตัวหลายห้อง หรือมีดีไซน์พิเศษ จะราคาสูงขึ้น
- ระดับการตกแต่งภายในแบบเปลือย/พื้นฐาน: มีเฉพาะโครงสร้าง ผนัง พื้น ระบบไฟ ประปาพื้นฐาน
- ระดับการตกแต่งภายในแบบพร้อมอยู่: มีการติดตั้งสุขภัณฑ์ กระเบื้องห้องน้ำ ระบบไฟฟ้าครบวงจร แอร์ หรือเฟอร์นิเจอร์บางส่วน
ตัวอย่างราคา บ้านน็อคดาวน์ ต่อตารางเมตร (โดยประมาณ)
- ราคาถูก: อาจอยู่ที่ 6,000 – 12,000 บาท/ตร.ม. (มักจะเป็นรุ่นพื้นฐาน วัสดุทั่วไป)
- ราคาปานกลาง: ประมาณ 13,000 – 18,000 บาท/ตร.ม.
- ราคาสูง/พรีเมียม: 20,000 – 22,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไป (ใช้วัสดุดี มีมาตรฐานสูง การเก็บงานเรียบร้อย)
แบบ บ้านน็อคดาวน์ ยอดนิยมในไทย มีสไตล์ไหนบ้าง
1.) สไตล์โมเดิร์น (Modern Style)
- ลักษณะเด่น: เน้นความเรียบง่าย รูปทรงเรขาคณิตชัดเจน (สี่เหลี่ยมผืนผ้า, สี่เหลี่ยมจัตุรัส) ใช้เส้นสายที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการตกแต่งที่ซับซ้อนมากนัก มักใช้โทนสีขาว เทา ดำ หรือสีเอิร์ธโทน มีการใช้กระจกและช่องแสงขนาดใหญ่เพื่อรับแสงธรรมชาติ
- ความนิยม: เป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับบ้านพักอาศัย, ออฟฟิศขนาดเล็ก, หรือร้านกาแฟ เพราะดูทันสมัย คลีน และสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย
2.) สไตล์มินิมอล (Minimalist Style)
- ลักษณะเด่น: พัฒนามาจากสไตล์โมเดิร์น แต่เน้นความ “น้อยแต่มาก” (Less is More) ยิ่งขึ้นไปอีก ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือน้อยที่สุด เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย พื้นที่เปิดโล่ง ดูโปร่งสบาย
- ความนิยม: เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบ เรียบง่าย ต้องการบ้านขนาดเล็กที่ใช้งานได้จริง และดูแลรักษาง่าย
3.) สไตล์นอร์ดิก (Nordic Style)
- ลักษณะเด่น: ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านแถบสแกนดิเนเวีย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ
- หลังคาความนิยม: กำลังมาแรงมากในไทย เหมาะสำหรับบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท หรือบ้านที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
4.) สไตล์ลอฟท์ (Loft Style)
- ลักษณะเด่น: เน้นการเผยให้เห็นโครงสร้างดิบๆ ของวัสดุ เช่น ผนังปูนเปลือยขัดมัน ผนังอิฐโชว์แนว ท่อต่างๆ หรือโครงเหล็ก มักมีเพดานสูง โปร่ง โล่ง และพื้นที่เชื่อมต่อกัน
- ความนิยม: ได้รับความนิยมในกลุ่มที่ชอบความดิบ เท่ มีสไตล์ ไม่ซ้ำใคร เหมาะสำหรับร้านค้า คาเฟ่ หรือบ้านพักตากอากาศที่มีเอกลักษณ์
5.) สไตล์รีสอร์ท/พักผ่อน (Resort Style)
- ลักษณะเด่น: เน้นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนอยู่ในรีสอร์ท มักมีระเบียงขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับธรรมชาติ มีช่องเปิดกว้างรับลมและแสงแดด อาจมีการใช้วัสดุธรรมชาติเข้ามาผสมผสาน
- ความนิยม: เหมาะสำหรับบ้านพักตากอากาศ โฮมสเตย์ หรือรีสอร์ทขนาดเล็ก
6.) สไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Style)
- ลักษณะเด่น: เน้นความเรียบง่าย โปร่ง โล่ง สบายตา การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่า มีความเป็นระเบียบ และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (เช่น สวนหิน หรือบ่อปลาขนาดเล็ก) มักใช้โทนสีธรรมชาติ และวัสดุไม้
- ความนิยม: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบ ความงามแบบเซน และการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ในบ้านที่สามารถเล่น หวยไว ได้
ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ข้อดี
- สร้างเสร็จรวดเร็ว
- ราคาประหยัดและควบคุมงบได้ดี
- ขนย้าย/เคลื่อนย้ายได้
- ควบคุมคุณภาพได้ดี
- ลดปัญหาหน้างาน
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (บางส่วน)
ข้อเสีย
- อายุการใช้งานจำกัด
- ไม่เหมาะกับการต่อเติม/ดัดแปลงโครงสร้าง
- ความแข็งแรงและทนทาน
- การดูแลรักษา
- ปัญหาความร้อนและการระบายอากาศ
- ความรู้สึกในการอยู่อาศัย
- การเลือกวัสดุ
- ค่าใช้จ่ายแฝง
สรุป
การสร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่และใช้งบประมาณเยอะมากๆซึ่งการทำน็อคดาวน์เป็นการสร้างบ้านที่ประหยัดงบได้ดี แต่ถ้าถามในเรื่องระยะเวลาของการใช้งานนั้นก็อาจจะไม่ได้ยาวนานเหมือนบ้านที่ได้มาตรฐานและลงดินครับ